แพทย์ไทยเผยการรักษามะเร็งฝังแร่ในไทยถูกหลักวิชาการได้มาตรฐาน เตือนคนไทยอย่าตื่นตระหนก (ตอนที่ 2)

 หน้าแรก
» โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ » ความรู้สุขภาพและบทความแพทย์ » แพทย์ไทยเผยการรักษามะเร็งฝังแร่ในไทยถูกหลักวิชาการได้มาตรฐาน เตือนคนไทยอย่าตื่นตระหนก (ตอนที่ 2) แบ่งปันไปยัง facebook


แพทย์ไทยเผยการรักษามะเร็งฝังแร่ในไทยถูกหลักวิชาการได้มาตรฐาน
เตือนคนไทยอย่าตื่นตระหนก (ตอนที่ 2)

           นายแพทย์วิรุณ เปิดเผยว่าการฝังแร่เพื่อรักษามะเร็งต่อมลูกหมากเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วย โรคนี้ในระยะแรกเริ่ม โอกาสหายมีสูงถึง 95% โดยเฉลี่ย มีข้อดีคือผู้ป่วยไม่ต้องผ่าตัดหรือฉายแสงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นปัสสาวะ รั่ว และมีผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศน้อยกว่าภายหลังการรักษา ส่วนการฉายรังสีจะมีผลต่อสมรรถภาพประมาณร้อยละ 50 ในขณะที่การรักษาโดยการผ่าตัดมีผลต่อสมรรถภาพร้อยละ 50 เป็นอย่างน้อย  สองวิธีหลังนี้จึงทำให้คุณภาพชีวิตภายหลังจากการรักษาได้รับผลกระทบค่อนข้าง มาก เหตุนี้การฝังแร่รักษาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าพิจารณา
จากประสบการณ์ที่ได้รักษาคนไข้ชาวอเมริกันมาแล้วกว่า 2,300 ราย ผลของการรักษาและผลข้างเคียงที่ดีกว่าการฉายแสงและการผ่าตัด ทำให้ความนิยมของการรักษาด้วยการฝังแร่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
           วิธีรักษา จะเริ่มด้วยการอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจวัดปริมาตรของต่อมลูกหมาก เพื่อช่วยแนะปริมาณของเม็ดแร่ที่จะต้องใช้ ตามด้วยการใช้คอมพิวเตอร์คำนวณหาตำแหน่งที่เหมาะสมของเม็ดแร่ในต่อมลูกหมาก จบโดยการยิงเม็ดแร่ผ่านทางเนื้อเยื่อระหว่างอัณฑะกับทวารหนักเข้าไปโดยตรง ที่ต่อมลูกหมาก       

           ในปัจจุบันมีแร่ที่ใช้ในสหรัฐอยู่ 3 ชนิด คือ ไอโอดายน์ –125, พาเลเดียม-103 และซีเซี่ยม-131 ที่ประเทศไทยขณะนี้ยังผลิตแร่ไม่ได้เองจึงต้องนำเข้ามาจากสหรัฐ และจำเป็นต้องใช้ไอโอดายน์-125 เท่านั้น เนื่องจากเวลาครึ่งชีวิตยาวที่สุดถึง 60 วัน  คนไข้แต่ละรายจะใช้แร่ฝังประมาณ 30 กว่าเม็ดไปจนถึง 100 กว่าเม็ดแล้วแต่ปริมาตรของต่อมลูกหมาก รวมทั้งความแรงของเม็ดแร่ที่ผลิตออกมาตามที่แพทย์ต้องการ
           ปริมาณการใช้เม็ดแร่มีความสำคัญมากเช่นเดียวกับตำแหน่งของเม็ดแร่ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดและมีผลข้างเคียงที่น้อยที่สุด คนไข้จะฟื้นตัวภายใน 4 – 6 ชั่วโมงและสามารถดำรงชีวิตได้เป็นปกติหลังจาก 24 ชั่วโมงถึงแม้จะมีสารรังสีอยู่ในต่อมลูกหมาก   องค์การควบคุมพลังงานปรมาณูแห่งชาติของสหรัฐได้ออกกฎในการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่ได้รับการฝังแร่ไอโอดายน์-125 เพื่อรักษามะเร็งต่อมลูกหมากโดยจะอนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ใกล้ชิดเด็กเล็กและผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ในระยะ 1 เมตรถ้าจะอยู่ใกล้นานๆ สามารถอุ้มเด็กเล็กได้ชั่วคราวใน 1.5 เดือนแรก รายละเอียดควรคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาทางด้าน
             มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นโรคที่ไม่สามารถบอกสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงแต่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชายที่เกิดขึ้นตามช่วงอายุแล้วไปมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และจะเป็นได้จากกรรมพันธุ์หรือจากการดำรงชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ   

             นายแพทย์วิรุณ กล่าวว่า นอกจากนี้มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกเริ่มมักไม่แสดงอาการหรือมีอาการใกล้เคียงกับการมีต่อมลูกหมากโต จึงทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ละเลยคิดว่าเป็นอาการธรรมดาของผู้สูงอายุ เหตุนี้ชายวัยกลางคนหรือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรใส่ใจอาการผิดปกติแรกเริ่มของโรค เช่น ความผิดปกติของการปัสสาวะรวมทั้งปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ปัสสาวะไม่สุด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไปจนถึงรู้สึกแสบหรือมีเลือดออกปนมากับปัสสาวะ และเมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการอ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวดหลังปวดกระดูก เป็นต้น ควรจะไปพบแพทย์เป็นการด่วนเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้อง  เพราะหากตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกเริ่มการรักษาก็จะได้ผลมากกว่าทั้งในด้านอัตราหายขาดและผลข้างเคียงจากการรักษา

*สอบถามเรื่องโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและขอคำปรึกษา ได้ที่
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ Call Center 1609
โทร.091-770-6639 หรือ 085-119-8940