อาการปวดท้องประจำเดือน แบบไหนที่ควรไปพบแพทย์

 Home
» Chularat 304 International Hospital » Knowledge of Health » อาการปวดท้องประจำเดือน แบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ แบ่งปันไปยัง facebook



อาการปวดท้องประจำเดือน แบบไหนที่ควรไปพบแพทย์

     การมีประจำเดือนเป็นธรรมชาติของสตรีที่เข้าสู่วัยเจริญพันธ์ เมื่อเริ่มมีประจำเดือนผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน บางคนคิดว่าอาการปวดนั้นเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นระหว่างมีประจำเดือน งั้นวันนี้เรามาดูกันว่าอาการปวดท้องประจำเดือนแบบไหนที่เรียกว่าปกติและแบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติ

อาการปวดท้องประจำเดือนปกติ

     จะปวดประจำเดือนไม่มากแค่พอรำคาญ แต่ไม่ปวดจนรู้สึกว่าทรมานหรือทนไม่ไหว อาการจะเริ่มเป็นวันที่ 1-2 ของการมีประจำเดือน  ไม่ถึงกับต้องรับประทานยาแก้ปวดอาการจะหายไปเอง ภายใน 1-2 วัน  ในกรณีมีเพศสัมพันธ์แล้ว จะไม่มีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

 
อาการปวดประจำเดือนที่ผิดปกติ และควรไปพบแพทย์

  • มีอาการปวดประจำเดือนมาก โดยช่วงที่ปวดประจำเดือนแรกๆอาจพอทนไหว แต่ต่อมาอาจเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทุกเดือน และมักจะรู้สึกปวดรุนแรงในช่วง 1-2 วันแรกของการมีประจำเดือน
  • ปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรงจนต้องทานยาแก้ปวด มากกว่าวันล่ะ 1 ครั้ง หรือเคยต้องฉีดยาแก้ปวดมากกว่า 1 ครั้ง
  • ขณะมีประจำเดือนมีอาการปวดท้องอยากถ่ายอุจจาระ ปวดมวนื้องหรือไปถ่ายอุจจาระแต่ไม่มีอุจจาระอออกมา
  • ปวดและกดเจ็บตรงบริเวณท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่ง และมักมีอาการปวดร้าวลงมาที่ช่องคลอดข้างเดียวกัน หรือปวดร้าวไปที่ขา
  • ปวดประจำเดือนมากร่วมกับการมีเลือดออกกระปริบกระปรอย หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติ ในบางราย อาจมามากกว่า 1 ครั้งใน 1 เดือน
  • มีอาการปวดท้องขณะมีเพศสัมพันธ์

ปวดประจำเดือนที่ผิดปกติ เป็นโรคอะไรได้บ้าง

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • เนื้องอกมดลูก
  • ซ๊อกโกแลตซีสต์
  • เลือดออกในอุ้งเชิงกราน
  • ผังผืดในอุ้งเชิงกราน
  • เนื้องอกของรังไข่
  • ติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
  • ปีกมดลูกอักเสบ
  • นิ่วในท่อไต
  • ใส้ติ่งอักเสบ
  • มะเร็งลำใส้ใหญ่

      อาการปวดท้องประจำเดือนที่ผิดปกติเป็นสัญญานของความผิดปกติที่สามารถบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพของผู้หญิงได้เป็นอย่างดี บางโรคอาจส่งผลถึงภาวะมีบุตรยาก ดังนั้นหากคุณผู้หญิงมีอาการปวดท้องประจำเดือนที่ผิดปกติไปจากเดิม ไม่ควรนิ่งนอนใจ ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติ  ตรวจอัลตร้าซาวน์ ของมดลูกและรังไข่จะได้รับการรักษาได้ตรงจุด และมีสุขภาพที่ดีขึ้น