
.......องค์กรสุขภาพเป็นองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และคาดเดาได้ไม่ง่ายนัก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากการแปรเปลี่ยนในด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมของชุมชน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายของชุมชน สิ่งที่เกิดขึ้นจะกดดันให้รัฐในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบเร่งส่งเสริม พัฒนาเพื่อให้ได้คุณภาพในการดูแลสุขภาพ, ในภาคธุรกิจก็จะพยายามให้พนักงานของบริษัทมีโอกาสเลือกสถานพยาบาล และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ย่อมต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า ส่วนโรงพยาบาล หรือแพทย์ต้องนำเสนอถึงคุณภาพและความปลอดภัยของการดูแลรักษาให้เป็นที่พอใจของผู้ป่วย ซึ่งจะเป็นผู้เลือกว่าอยากได้รับการดูแลด้านสุขภาพของแพทย์ หรือโรงพยาบาลใด และแผนการดูแลรักษาผู้ป่วยที่น่าพอใจ การเปลี่ยนแปลงซึ่งผู้อยู่ในวงการสาธารณสุขจะต้องเตรียมการรับรอง ได้แก่
1) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technological innovation) องค์กรต้องเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถรองรับเทคโนโลยีซึ่งหมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เช่น ความรู้ด้าน genetic biotechnology และ telemedicene
2) ความคาดหวังของผู้ป่วย ปัจจุบันผู้ป่วยสามารถสืบหาข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขจาก internet ผู้ให้บริการทางการแพทย์จึงต้องพยายามที่จะจัดการบริการด้านการแพทย์ให้ตรงกับความต้องการของผู้ป่วย และต้องแข่งขันกับหน่วยงานบริการอื่นๆ ซึ่งมีให้เลือกอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการผู้ป่วยต้องมีส่วนร่วมเรื่องค่าใช้จ่าย การสร้างบุคลากรที่มีทัศนคติที่จะบริการผู้ป่วยด้วยใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ
3) การให้บริการ การรักษาที่เน้นเรื่องคุณภาพ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (Quality and evidence - based medicine) ต้องเป็นองค์กรที่มีเป้าหมายชัดเจน มีการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพ
4) ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
5) ความก้าวหน้าของวงการแพทย์ ซึ่งผู้บริหารต้องพัฒนาความรู้ใหม่ และความสามารถของแพทย์ในองค์กร
6) Information technology ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งแพทย์ต้องพยายามติดตามให้ทันในการพัฒนานี้ เช่น การใช้ paperless system แทนการจดบันทึก
7) โลกาภิวัฒน์ และปัญหาโรค หรือภาวะที่เกิดขึ้น เช่น HIV, หวัด 2009 หรือการใช้วัตถุสงครามชีวภาพ เป็นภาระที่สถานพยาบาลต้องเตรียมรับ เนื่องจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วจนแต่ละสถานพยาบาลไม่สามารถจัดบริการได้ ผู้ป่วยอาจใช้บริการจากประเทศอื่นๆ ร่วมไปกับการท่องเที่ยว (medical tourism) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การที่แต่ละองค์กรมาร่วมมือเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน จะช่วยสานประโยชน์ทั้งผู้ป่วยและผู้ให้บริการ
8) การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุสูงขึ้น
9) การป้องกันโรค เนื่องจากกลุ่มประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น จะพบโรคเรื้อรังมากขึ้น จึงเป็นความจำเป็นในเรื่องการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการใช้แพทย์ทางเลือก
10) ความปลอดภัยของผู้ป่วย การดำเนินงานต้องถือว่าความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ อาจดำเนินการได้โดยใช้ information technology มาช่วย และการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของการลงโทษเมื่อเกิดความผิดพลาด ก็จะช่วยให้มีการรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับเป็นบทเรียนแก่ผู้ปฏิบัติงานคนอื่น
ผู้บริหารจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะพบกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการพัฒนาบุคลากร และระบบการบริหารให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องจำเป็น
ในปัจจุบันการให้บริการด้านสุขภาพจะมีความคาดหวังที่สูงขึ้น ความต้องการคุณภาพการบริการที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย ผู้บริหารจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ มองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สามารถคัดเลือกและรักษาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มีจิตวิญญาณที่จะทำให้การบริการมีความยึดมั่นผูกพันกับองค์กร และเป้าหมายหนึ่งเดียวกัน คือ ความก้าวหน้าขององค์กรและการบริการที่เป็นเลิศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รศ.พญ.ชลีรัตน์ ดิเรกวัฒนชัย อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนการบริหารงานโรงพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, วารสารเมดิคอลไทม์
