การฝังเข็มเพื่อเพิ่มและลดน้ำหนัก

   

        การฝังเข็มเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของแพทย์แผนจีนโบราณ  ปัจจุบันได้รับการยอมรับและเชื่อถือมากขึ้นจากแพทย์แผนตะวันตก เพราะสามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์  โดยใช้หลักของประสาทสรีรวิทยา คือเมื่อมีการกระตุ้นปลายประสาท  จะส่งผลให้อวัยวะต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงาน  การฝังเข็มก็คือการใช้เข็มเป็นตัวกระตุ้นซึ่งให้ผลการรักษาดีไม่น้อย  เพราะแพทย์แผนจีนได้สั่งสมความรู้มานับพันปีในเรื่องจุดต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานและความสมดุลของร่างกาย

         วิธีฝังเข็มเพื่อเพิ่มหรือลดน้ำหนักถูกกล่าวขวัญกันมาก  ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างจากวิธีลดน้ำหนักอื่น ๆ ตรงที่มุ่งเน้นการมีน้ำหนักที่เหมาะสมพร้อมกับสภาพร่างกายที่แข็งแรงไม่มีอันตรายทั้งโดยตรงและผลข้างเคียง

         การแพทย์แผนจีนถือว่าสภาวะของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน  การรักษาจึงต้องพิจารณาว่าร่างกายของผู้นั้นอยู่ในสภาวะใด  สาเหตุของปัญหาอยู่ที่ไหน  โดยส่วนใหญ่คนอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินมักมีสาเหตุจากการกินมาก  แต่นำไปใช้น้อย  หรือร่างกายไม่สามารถแปรอาหารเป็นพลังงานเพื่อนำไปใช้ได้หมด  นั่นแสดงถึงสภาวะที่ระบบการย่อยและการดูดซึมของร่างกายผิดปกติ  จึงทำให้มีไขมันหรือของเสียตกค้างในร่างกาย

         นายแพทย์ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล  แพทย์ผสมผสานการแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบัน อธิบายว่า  สภาวะที่ระบบการย่อย และการดูดซึมของร่างกายผิดปกติมีอยู่สองลักษณะด้วยกัน

          ลักษณะแรก คือ  มีสภาพแกร่ง  หมายถึง ระบบการย่อยและการดูดซึมของร่างกายมีการสะสมความร้อนมากเกินไป  ซึ่งเกิดได้จากการกินอาหารร้อน ๆ บ่อย ๆ เป็นเวลานาน  การกินอาหารมื้อดึก  การกินอาหารประเภทไขมันรวมถึงการกินอาหารปริมาณมากเป็นประจำ  ทำให้ได้รับแคลอรี่หรือพลังงานมาก  ร่างกายก็ร้อนมาก  เมื่อใช้พลังงานไม่หมด  ร่างกายสะสมพลังงานที่เหลือไว้  นานเข้าก็มีผลกระทบให้การย่อยไม่ดีตามไปด้วย  อาการของคนที่มีสภาวะนี้จะขี้ร้อน  เหงื่อออกง่าย  กินเก่ง  หิวง่าย  หน้าแดง  ลิ้นแดง  ชีพจรเต้นเร็วและแรง  ท้องผูก  ปัสสาวะมีสีเข้ม

         ลักษณะที่สอง คือ  ระบบการย่อยและดูดซึม มีสภาพพร่อง หมายถึงมีความเย็นมาก  ทำให้ร่างกายย่อยไม่ดี  ซึ่งจะมีผลให้มีน้ำและความชื้นตกค้างในร่างกายมากสังเกตได้ว่า  คนอ้วนที่อยู่ในสภาวะนี้มักจะตัวบวม  เนื้อเหลว  และตรงกันข้ามกับแบบแรก คือ กินน้อยแต่อ้วน  เหนื่อยง่าย  ท้องเสียบ่อย ถ้ายิ่งไปกินของเย็น เช่น แตงโม  สับปะรด  ชมพู่  น้ำชา  มะขามแขก  ผักผลไม้ต่างๆ ก็จะยิ่งอ้วนขึ้นอีก

           การฝังเข็มเพื่อลดน้ำหนักให้ได้ผลจึงต้องขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ในการวินิจฉัยสาเหตุแห่งความอ้วนของคนไข้แต่ละรายได้ถูกต้องด้วย  เพราะวิธีบำบัดจะแตกต่างกันตามลักษณะว่าอ้วนแบบใด  คนที่อ้วนแบบยิ่งกินยิ่งอ้วนก็ต้องใช้หลักฝังเข็มในจุดที่กระตุ้นให้สมองลดความอยากอาหาร  ลำไส้บีบตัวน้อยลง  จุดที่ลดความร้อนในกระเพาะและลำไส้  จุดที่ช่วยระบายความชื้นที่ตกค้างหรือที่เรียกว่าระบายเสมหะชื้น  กระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงาน  และกระตุ้นบางจุดให้มีไขมันละลาย

         ส่วนคนที่กินน้อยแต่อ้วน  แพทย์จะฝังเข็มกระตุ้นในจุดตรงข้าม  คือกระตุ้นให้กินมากขึ้น  ทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น  ท้องไม่ผูก  ไม่เสีย  บำรุงการย่อยให้แข็งแรง  เมื่อระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี  ของเสียไม่ตกค้างในร่างกาย  อาการบวมก็น้อยลง  เป็นการรักษาสมดุลของร่างกาย  เรียกว่าผอมลงอย่างแข็งแรง

         ในกรณีที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก  ก็ทำได้โดยการกระตุ้นที่ศูนย์ควบคุมความหิวความอิ่มให้ส่งผลกลับกัน  คือกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร  ให้การดูดซึมสารอาหารเป็นไปได้ดีมากขึ้น  เมื่อรับประทานได้มากและร่างกายรับไปใช้ได้ดีขึ้น  น้ำหนักก็จะเพิ่ม
         คนที่ต้องการลดน้ำหนักทั้งตัว  หมอจะใช้เข็มกระตุ้นหลายๆจุดพร้อมกัน  แต่หากต้องการลดเฉพาะส่วน  ก็ทำได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าต่อเข้ากับเข็ม  ทำการกระตุ้นเป็นจังหวะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อ  ไขมัน  ที่รวมตัวกันเป็นก้อนก็จะแตกตัว  ลดขนาดลงและถูกขับออกมาทางท่อน้ำเหลือง  ซึ่งปลอดภัยกว่าการดูดไขมันเยอะ

         แต่กระนั้นสาว ๆ ใจร้อนที่อยากมีหุ่นสวยกลับไม่ค่อยถูกใจวิธีฝังเข็ม  เพราะเห็นผลช้าต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ครั้ง  เปรียบเทียบกับการใช้ยาลดความอ้วนซึ่งเห็นผลเร็วกว่าเพราะยาจะเข้าไปบังคับให้ไม่รู้สึกหิว  คุณจึงอดอาหารได้สบาย  และผอมลงในเวลาอันรวดเร็วแต่ผลที่ตามมาคือ  ร่างกายขาดสารอาหาร  ซึ่งอันตรายมาก  เมื่อหยุดยาก็มักเกิดผลตรงข้ามที่ เรียกว่า Yo-Yo Effect  คือ น้ำหนักเพิ่มกลับมากกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ

         นอกจากนี้ยังมีการวิจัยอีกด้วยว่า  การฝังเข็มเพื่อเพิ่มหรือลดน้ำหนักจะมีผลให้ความดันเลือดและไขมันในเส้นเลือดลดลง  และช่วยปรับระดับอินซูลิน  คอร์ติโซน  และอะดรีนาลิน ซึ่งเป็นสารที่มีความสัมพันธ์กับการเผาผลาญและการสะสมไขมัน  ให้อยู่ในระดับสมดุลสอดคล้องกับสภาพของร่างกาย

         ส่วนผลที่ได้รับจากวิธีฝังเข็ม  ไม่ได้เน้นว่าคุณสามารถลดหรือเพิ่มน้ำหนักได้เท่าไหร่หากแต่จะพิจารณาถึงสุขภาพโดยรวม เป็นต้นว่า ระบบย่อยทำงานดีขึ้น  อาการไม่สบายต่าง ๆ  เช่น ท้องอืด  ท้องเฟ้อหายไป  ร่างกายแข็งแรงขึ้น  ตรงนั้นต่างหากเป็นสำคัญ  เพราะการฝังเข็มไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มหรือลดน้ำหนักเท่านั้น  แต่จะปรับสมดุลของร่างกายให้สุขภาพดีขึ้นด้วย

      แต่ท้ายสุด  สิ่งที่พึงระลึกก็คือ  หากคุณยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของความอ้วน  การบำบัดก็จะยิ่งเห็นผลช้าหรือเมื่อน้ำหนัดลดแล้วกลับไปมีพฤติกรรมการกินแบบเดิมอีก  ก็ต้องเริ่มบำบัดกันใหม่

แหล่งที่มา : นิตยสาร  HEALTH & CUISINE