
|
|
การผ่าตัดต่ออวัยวะ คืออะไร
หมายถึง การผ่าตัดที่กระทำในผู้ป่วยที่มีอวัยวะอันได้แก่ แขน , ขา , มือ , นิ้ว หรืออวัยวะเพศขาดออกไปจากร่างกาย หรือไม่ขาดออกไปจากร่างกายหมด แต่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนที่ได้รับบาดเจ็บถูกทำลาย การผ่าตัดนี้จะต้องมีการเชื่อมต่อเส้นเลือด หรือสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนที่อยู่ปลายอวัยวะที่ต่อนั้นให้มีชีวิตอยู่ได้
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. นิ้วหัวแม่มือขาด
2. นิ้วอื่น ๆ ขาดหลายนิ้ว
3. ผ่ามือหรือมือขาดทั้งมือ
4. แขน หรือ ต้นแขนขาด
5. ขาขาด
เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอวัยวะขาดจะต้องช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
หลักการช่วยเหลือเฉพาะที่ ในเบื้องต้นในผู้ป่วยที่อวัยวะขาดคือ
1. ต้องห้ามเลือดก่อน โดยเฉพาะถ้าเป็นการขาดบริเวณ แขน , ต้นแขน , ขา จะมีเลือดออกมากต้องใช้ผ้าสะอาด หรือผ้าก๊อซ จำนวนมาก ๆ ปิดแผล กดให้แน่นเพื่อห้ามเลือด
2. ตรวจสอบดูว่า อวัยวะที่ขาดนั้นขาดออกจากตัวผู้ป่วยหรือเปล่า ถ้าขาดออกไปเลยต้องมีการเก็บรักษาที่ถูกวิธี ซึ่งจะกล่าวในอันดับต่อไป ถ้ายังมีเนื้อเยื่อบางส่วนติดกันอยู่ หลังจากห้ามเลือดแล้ว พยายามประคองให้ส่วนที่ขาดไม่ถูกดึงรั้งไปมา เพื่อป้องกันอันตรายไม่ให้มากกว่าที่เป็นอยู่
3. เมื่อให้การปฐมพยาบาลในเบื้องต้นแล้ว การจะส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อในโรงพยาบาลนั้น ควรโทรศัพท์ติดต่อไป ตรวจสอบดูก่อนเพื่อขอคำปรึกษาว่า โรงพยาบาลนั้น ๆ มีแพทย์พร้อมจะทำการผ่าตัดได้หรือเปล่า เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาย้ายโรงพยาบาลในภายหลัง
การเก็บรักษาอวัยวะส่วนที่ขาด
นิ้วขาด , แขนขาด , มือขาด , ขาขาด ควรใช้ถุงพลาสติก สะอาด สวมแล้วรัดปากถุงให้แน่นจากนั้น จุ่มทั้งถุงลงในน้ำที่มีน้ำแข็งอยู่ด้วย เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ไม่ให้เย็นจนเกินไป (อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 4 องศาเซลเซียส)
ห้ามนำอวัยวะที่ขาดแช่ในน้ำแข็งที่ไม่มีน้ำปนเด็ดขาด เพราะเนื้อเยื่อจะเย็นจนกลายเป็นน้ำแข็ง จะทำให้เซลล์ตาย
การเก็บรักษาวิธีนี้ จะทำให้ นิ้วทนการขาดเลือดได้ถึง 24 ชั่วโมง แขน , ขา , มือ ทนการขาดเลือดได้ถึง 6-8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด เมื่อผู้ป่วยถูกส่งไปถึงแพทย์แล้ว แพทย์จะทำอะไรบ้าง
- แพทย์เฉพาะทางด้านการต่ออวัยวะหรือที่เรียกว่า จุลศัลยแพทย์ ( Micro Surgeon ) จะเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการเชื่อมต่อ เส้นเลือด เส้นประสาทขนาดเล็ก ๆ ตั้งแต่ 0.6 มิลลิเมตร ขึ้นมาจนถึงเส้นเลือดขนาดใหญ่บริเวณ ต้นแขน ต้นขา ซึ่งแพทย์จะมีขั้นตอนการรักษาดังนี้
1.ประเมินสภาพผู้ป่วยก่อนว่า เป็นการบาดเจ็บเฉพาะบริเวณอวัยวะที่ขาด หรือมีการบาดเจ็บของระบบร่างกายส่วนอื่นด้วย เช่น สมอง ช่องท้อง ทรวงอก การบาดเจ็บที่ไหนที่ต้องให้การรักษาด่วน เพื่อรักษาชีวิตไว้ก่อน แล้วจึงมาทำการรักษาอวัยวะที่ขาด หรือประเมินดูว่าผู้ป่วยจะสามารถทนการผ่าตัดเป็นเวลาหลาย ๆ ชั่วโมงได้หรือไม่ เช่น ผู้ป่วยอายุมาก ๆ สภาพร่างกายไม่แข็งแรง
2.ประเมินสภาพอวัยวะที่ขาดว่าเหมาะสมที่จะทำผ่าตัดต่อกลับเข้าไปใหม่หรือไม่ เช่น สภาพมือที่แหลกเหลว เนื่องจาก เครื่องบดเนื้อ หรือถูกปั่นจั่นทับ เป็นต้น การเก็บรักษาถูกต้องหรือไม่ ระยะเวลานานเท่าไรตั้งแต่เกิดเหตุจนมาพบแพทย์ โดยเฉพาะ ส่วนของแขน, ขา ซึ่งมีกล้ามเนื้อมาก ถ้าทิ้งไว้นานเกิน 6-8 ชั่วโมงแล้วนั้น พวกกล้ามเนื้อซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ทนต่อการขาดเลือดมาเลี้ยงนาน ๆ ไม่ได้ จะเกิดการสลายตัวเกิดเป็นของเสียมากมาย หลังจากที่แพทย์ต่อเส้นเลือดแล้วของเสียเหล่านี้ จะทะลักเข้าสู่กระแสเลือด ในปริมาณที่มากจนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมาก ซึ่งในบางครั้ง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้นอกจากนี้ความสกปรกอย่างมากของอวัยวะที่ขาดออกไปก็อาจทำให้มีการติดเชื้อที่รุนแรงได้เช่นกัน
3.เมื่อแพทย์ประเมินสภาพทุกอย่าง และตัดสินใจผ่าตัดต่ออวัยวะให้กับผู้ป่วย การผ่าตัดก็จะเริ่มดังนี้
3.1 ยึดกระดูกที่หักเข้าด้วยกัน ด้วยโลหะดาม
3.2 เย็บซ่อมแซมเส้นเลือดดำ , เส้นเลือดแดง , เส้นประสาท โดยใช้เทคนิคทางจุลศัลยกรรม โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ กำลังขยายสูง ใช้เครื่องมือผ่าตัดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มีความละเอียดอ่อนมาก ใช้ไหมเย็บเส้นเลือดขนาดเล็ก ๆ เพื่อให้เลือดสามารถไหลไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนที่ขาดได้
3.3 เย็บซ่อมแซมเส้นเอ็น , กล้ามเนื้อ , เย็บตกแต่งบาดแผลที่ผิวหนัง ขั้นตอนจะทำอะไรก่อน-หลังนั้น แพทย์จะต้องพิจารณาความเร่งด่วน เป็นหลัก เช่น เนื้อเยื่อถ้าขาดเลือดมานานแล้ว หรือมาพบแพทย์ค่อนข้างช้า อาจต้องผ่าตัดต่อเส้นเลือดแดงเป็นอันดับแรก เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อให้ได้ก่อน
3.4 หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล จนแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว แพทย์จึงจะอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้
ผลการผ่าตัดต่ออวัยวะ
สิ่งที่แพทย์หวังนั้น มิใช่เพียงให้ผู้ป่วยรายนั้น ๆ มีอวัยวะอยู่ครบเท่านั้น แต่ต้องการให้อวัยวะที่อยู่นั้น สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เท่าที่จะเป็นไปได้ซึ่งเป็นผลระยะยาวและขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างคือ
1.สภาพความชอกช้ำของเนื้อเยื่อที่นำมาผ่าตัด ต่อความสกปรก การติดเชื้อก่อนมาพบแพทย์ เช่น ถูกรถเฉี่ยวแขนขาดแล้วแขนตกลงไปในน้ำครำ เป็นต้น ปัจจัยนี้มีผลต่อการอุดตันของหลอดเลือดหลังผ่าตัดทั้งสิ้น
2.ประสบการณ์ของทีมแพทย์ , พยาบาล , นักกายภาพบำบัด
3.ความเข้าใจ , ความร่วมมือของผู้ป่วยในการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทั้งในระยะก่อนและหลังผ่าตัด
4.การวางแผนการรักษาที่ต่อเนื่องอย่างเหมาะสม
หลังจากที่กระดูกในส่วนของอวัยวะที่ต่อเชื่อมติดดีแล้ว ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาทางกายภาพบำบัด บางครั้งอาจต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติม อีกเพื่อให้ผลการรักษาดีที่สุดได้แก่
- การผ่าตัดแก้ไขการยึดติดของเส้นเอ็น , ข้อ หรือการผ่าตัดเพื่อสร้างเส้นเอ็นใหม่
- การผ่าตัดเพื่อเชื่อมกระดูกเพิ่มเติม ในกรณีกระดูกไม่ติดแข็งแรงในเวลาที่เหมาะสม
- การผ่าตัดเพื่อถอดโลหะดามกระดูกออก เพื่อเริ่มการทำกายภาพบำบัด
สรุป
ในการผ่าตัดต่ออวัยวะนั้น บางครั้งดูเพียงผิวเผินเหมือนกับว่าเป็นการเย็บแผลที่ผิวหนังบริเวณรอยต่อของอวัยวะที่ขาดจากกันให้มาติดกันเท่านั้นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วในส่วนที่ลึกลงไป ใต้แผลที่ผิวหนังนั้น มีขั้นตอนที่ซับซ้อน และมีเทคนิคการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนมากมาย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นายแพทย์วิชิต ศิริทัตธำรง โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3