เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือปัญหาในการปฏิบัติงาน
       เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นเสมือนรูโหว่ในระบบของเรา ยิ่งเราสามารถค้นหารูโหว่ได้มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะปิดรูโหว่ได้มากขึ้น และนำมาสู่ระบบการดูแลที่สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
       การค้นหารูโหว่ให้ได้มากที่สุด และนำมาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะเกิดประโยชน์กับโรงพยาบาลมากที่สุด หากผู้บริหารไม่เข้าใจประเด็นนี้หรือมีเจตคติเป็นลบต่อเรื่องราวเหล่านี้ จะเป็นการพลาดโอกาสไปอย่างหน้าเสียดาย
       เราสามารถค้นหาเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือปัญหาในการปฎิบัติงานได้ด้วยวิธีการใดบ้าง
       1) รายงานอุบัติการณ์
       2) กิจกรรมทบทวนคุณภาพ ซึ่งมีตั้งแต่คำร้องเรียนของผู้ป่วย การส่งต่อ ไปจนถึงการเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น ภาวะแทรกซ้อนหรือการเสียชีวิต
       3) การทบทวนเวชระเบียนโดยใช้ trigger tool ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการค้นพบเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในการดูแลผู้ป่วย

       เมื่อได้เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์มาแล้ว เราจะมาวิเคราห์อย่างไร แนวทางที่เกิดประโยชน์มากที่สุด การวิเคราะห์ด้วย 3 มุมมอง
       1) ดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แล้วพิจารณาย้อนกลับขึ้นไปว่ามีโอกาสในขั้นตอนใดบ้างที่หากปรับเปลี่ยนการกระทำหรือการตัดสินใจแล้วอาจจะทำให้ผลลัพธ์นั้นเปลี่ยนแปลงไป
       2) มองเหตุการณ์ ณ จุดที่เป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงนั้นในมุมมองของผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ตรงนั้น อาจจะขอให้ผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลโดยตรงว่ามีสถานการณ์อย่างไร มีข้อจำกัดอะไร มีความต้องการการสนับสนุนอะไร
       3) มองจากมุมของการพัฒนาว่าจะจัดสิ่งอำนวยความสะดวกโดยใช้หลัก human factor engineering เพื่อให้มีการกระทำหรือการตัดสินใจในทิศทางที่คาดหวังไว้อย่างไร

       จากนั้นนำคำตอบที่ได้มาหาวิธีการทำให้ฝังเข้าไปในระบบงานปกติประจำ มีการติดตามการปฏิบัติด้วยการเห็นของจริง (ตามรอย) และอิงวิจัยตามความเหมาะสม

การตามรอยทางคลินิก (clinical tracer) ในกลุ่มผู้ป่วยต่างๆ
       จากเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ จากความต้องการและความคาดหวังของผู้เกี่ยวข้อง จะทำให้เราเห็นว่ามีกลุ่มโรคบางกลุ่มที่เราควรให้ความสำคัญไปติดตามเรียนรู้วิธีการดูแลและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าวในภาพรวม

       เหตุผลของการเลือกกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าว อาจจะเป็นเพราะมีความเสี่ยงสูง (high risk) มีปริมาณมาก (high volume) มีค่าใช้จ่ายสูง (high cost) ผลลัพธ์การดูแลยังไม่ดี ต้องการการประสานงานกันมากขึ้น มีประเด็นท้าทายบางประเด็น เช่น การสร้างเสริมสุขภาพ หรือเป็นเรื่องที่เรามั่นใจว่าเราทำได้ดี

       การตามรอยทางคลินิกจะทำให้เรารับรู้ว่าประเด็นสำคัญในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้คืออะไร (จากมุมมองของผู้ป่วยและมุมมองของวิชาชีพ) เป้าหมายการดูแลคืออะไร กระบวนการดูแลเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวเป็นอย่างไร ผลลัพธ์การดูแลเป็นอย่างไร และกระบวนการพัฒนาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

       ข้อมูลดังกล่าวนี้สามารถสรุปย่อได้ใน 1 หน้า เพื่อให้ง่ายต่อการทบทวน อาจจะเรียกว่าเป็น clinical tracer highlight เอาไว้เป็นภาคผนวกในเอกสารประเมินตนเองของโรงพยาบาล

       นอกจากนั้น การวิเคราะห์การดูแลผู้ป่วยแต่ละกลุ่มโรค จะทำให้เราเห็นว่าขั้นตอนที่มีความสำคัญสูง หรือมีกิจกรรมการดูแลที่น่าสนใจนั้นคือขั้นตอนใดบ้าง สามารถนำเสนอแนวทางการดูแลที่ให้หลักประกันเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในขั้นตอนนั้นเป็นตัวอย่างในเอกสารประเมินตนเองที่ตอบตามมาตรฐานตอนที่ III ได้อีกส่วนหนึ่ง

       สำหรับโรงพยาบาลชุมชน การตามรอยในลักษณะนี้สามารถทำได้ไม่น้อยกว่า 20 โรค

มาตรฐานและแนวทางต่างๆ
       มาตรฐานและแนวทางต่างๆ เกิดจากการสรุปความรู้และบทเรียนซึ่งมีทั้งจากการศึกษาอย่างเป็นระบบไปจนถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะให้ข้อแนะนำที่มีน้ำหนักแตกต่างกัน

       การเปรียบเทียบสิ่งที่ปฏิบัติได้จริงกับข้อแนะนำ หากพบว่ามีความแตกต่างหรือมี gap ก็จะเป็นตัวจุดประกายให้พิจารณาว่าเราควรมีการปรับปรุงการปฏิบัติของเราหรือไม่ ถ้าปรับ จะปรับให้ได้ถึงระดับใด และจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดการปรับปรุงดังกล่าว

       การคุยเล่น "เห็นของจริง" อิงการวิจัย จะทำให้เราได้ข้อมูลการปฏิบัติที่เป็นจริงในปัจจุบัน และติดตามการปฏิบัติหลังจากที่มีการปรับปรุงแล้ว

       แหล่งข้อมูลสำคัญเพื่อการเปรียบเทียบนี้ ได้แก่
1) Patient Safety Goals/Guides : SIMPLE
2) เอกสาร SPA
3) มาตรฐานวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง CPG ในการดูแลผู้ป่วยโรคต่างๆ

       ความสำคัญของการใช้มาตรฐานและแนวทางต่างๆ อยู่ที่การลด gap การตามรอยซ้ำ มีเป้าหมายเพื่อยืนยันความสำเร็จของการลด gap

       การประมวลแนวทางการจัดการความรู้ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นการฉายภาพในอีกลักษณะหนึ่งของสิ่งที่เคยนำเสนอไว้ในชื่อ Clinical Self Enquiry ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน มีแนวทางปฏิบัติอย่างเดียวกัน

       หลายท่านอาจจะรู้สึกว่ามีกิจกรรมที่ต้องทำมากมาย แต่ถ้าทำด้วยความเข้าใจ ทำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สอดคล้องกับงานประจำ จะพบว่าเป็นเรื่องน่าสนุกที่ได้เห็นระบบงานของเรา ได้เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเห็นรูโหว่ต่างๆ ลดลงเป็นลำดับ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, วารสารเมดิคอลไทม์