• หน้าแรก • ประวัติโรงพยาบาล • พื้นที่ให้บริการ • ติดต่อเรา • แผนที่เว็บไซต์
   
 
หน้าแรก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Webmail Login
Username:
Password:
 
 
การผ่าตัดต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
Phacoemulsification
ต้อกระจกคืออะไร
     ต้อกระจกเป็นภาวะที่ใช้เรียกเลนส์ตาที่มีความขุ่นเกิดขึ้น อาจมีสีขาวขุ่น สีเหลือง หรือสีน้ำตาล ทำให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ชัดเจนเกิดอาการที่เรียกว่าตามัว

ต้อกระจกมีอาการอย่างไร

     สายตาจะเริ่มมัวลงช้าๆ โดยไม่มีอาการปวดตา ถ้าใช้สายตาในที่มีแสงแดดจัดจะมัวมากขึ้น ที่มีแสงสว่างน้อยหรือสลัวจะเห็นชัดเจนกว่าและเมื่อแสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทางมาตอนกลางคืนจะเกิดตาพร่ามัว
     ถ้าทิ้งไว้โดยไม่รักษาด้วยการผ่าตัดในระยะอันสมควรจะเกิดอาการแทรกซ้อน ปวดตาอย่างรุนแรง และลุกลามกลายเป็นโรคต้อหินเฉียบพลันหรือม่านตาอักเสบ ซึ่งถ้ารักษาไม่ทัน อาจทำให้สูญเสียสายตาหรือตาบอดในที่สุด


สาเหตุของต้อกระจกมีอะไรบ้าง
   
• สาเหตุใหญ่เป็นการเสื่อมของเลนส์ตาตามวัย เช่นเดียวกับการเสื่อมชราของร่างกาย พบในวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปี ขึ้นไป
     • เด็กเกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันในระยะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก หรือมารดารับประทานยาบางชนิดในระหว่างตั้งครรภ์
     • จากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นความผิดปกติของน้ำตาลบางชนิด (กาแลคโตส)
     • จากการได้รับอุบัติเหตุที่ตา เช่น ถูกไม้ฟาด ถูกของมีคมทิ่ม หรือเศษโลหะกระเด็นเข้าตา
     • จากโรคตาบางชนิด เช่น โรคจอประสาทตา โรคต้อหิน หรือการอักเสบเป็นแผลของกระจกตา เป็นต้น
     • โรคอื่นๆ ที่ทำให้เป็นต้อกระจกได้เร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวาน หรือผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ      
การรักษาต้อกระจก
     — จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเลนส์ตาที่ขุ่นออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าแทนที่ การใช้ยายังพิสูจน์ไม่ได้ว่าจะสามารถรักษาหรือยับยั้งการเกิดต้อกระจกได้
     — ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยและได้ผลดีมาก คือ การสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์ซึ่งสลายและดูดต้อกระจกออก โดยเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 3.5 – 5.5 มิลลิเมตร ซึ่งการผ่าตัดแบบดั้งเดิมต้องเปิดแผลผ่าตัดกว้าง 12-13 มิลลิเมตร

การผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์ (Phacoemulsification)
     คือการผ่าตัดโดยใช้อัลตราซาวด์ ทำให้เนื้อเลนส์สลายและอุดออกโดยเหลือส่วนที่เป็น Posterior lens capsule ไว้ การผ่าตัดเปิดแผลกว้างเพียง 3.0-3.2 มม. เท่านั้น หลังจากใช้คลื่นเสียงความถี่สูลเข้าไปสลายเนื้อเลนส์และดูดออกจนหมด
จะเหลือแคปซูลของเลนส์ไว้ ใส่เลนส์แก้วตาเทียมในแคปซูล ในรายที่ต้องการให้แผลเล็ก อาจใช้เลนส์แก้วตาเทียมแบบพับได้ (Foldable lens) ซึ่งถ้าแผลเล็กไม่จำเป็นต้องเย็บ cornea
ข้อดีของการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์
     • ใช้เวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดน้อยกว่า และสามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้เร็วกว่าแบบดั้งเดิม
     • ไม่มีความจำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
     • แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กสามารถสมานได้โดยไม่ต้องเย็บ หรือเย็บเพียงเล็กน้อยในผู้ป่วยบางราย
     • สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและรวดเร็วกว่า
     • โดยทั่วไปหลังผ่าตัดสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ อาจมีข้อยกเว้น ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย


ข้อจำกัดของการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์
     • ทำไม่ได้ในผู้ป่วยที่มีการเลื่อนหลุดของเลนส์ตาจากใยที่ยึด ต้อกระจกที่สุกมาก
     • เด็กเล็กหรือผู้ที่อายุนัอยก็ไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดด้วยวิธีนี้ เพราะเลนส์นิวเคลียสยังอ่อนอยู่สามารถผ่าตัดดูดออกได้ โดยไม่ต้องสลายต้อกระจก
     • รูม่านตาเปิดยากในผุ้ป่วยโรคต้อหินที่หยอดยาหดม่านตาเป็นระยะนานๆ โอกาสเกิดอันตรายแทรกซ้อนขณะผ่าตัดก็มีมากเช่นกัน

สามารถติดต่อได้ที่
     รพ.จุฬารัตน์
02-738-9900-9 แฟกซ์ 02-738-9564
     E-mail chularat@chularat.com

 
 
90/5 หมู่ 13 ต. ราชาเทวะ อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ 10540 Tel : 02-738-9900-9
.COPYRIGHT © 2006 - 2007 CHULARAT.COM ALL RIGHTS RESERVED.